โทรศัพท์ 1358

กิจกรรมการพัฒนาช่องทางการตลาด และอีคอมเมิร์ซด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (Enhancing Online Marketing & E-Commerce with Digital and AI Tools)
กิจกรรมการพัฒนาช่องทางการตลาด และอีคอมเมิร์ซด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (Enhancing Online Marketing & E-Commerce with Digital and AI Tools)
📌นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรมมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กลุ่มพัฒนาผู้ประกอบการและบุคลากรดิจิทัลอุตสาหกรรมติดตามการดำเนินงานกิจกรรมการพัฒนาช่องทางการตลาดและอีคอมเมิร์ซด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Enhancing Online Marketing & E- Commerce with Digital and AI Tools) ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร 🗓️วันที่ 19 สิงหาคม 2569 บริษัท ไทยเวลเนสโปรดักส์ จำกัด 📌ดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ที่เน้นเกี่ยวกับสุขภาพ และความงาม ผ่านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสูตรที่อ่อนโยน ใม่ใส่สารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง 📌จากการวิเคราะห์เบื้องต้นพบว่า บริษัทมีช่องทาง Facebook อยู่แล้ว แต่ยังขาดทักษะการนำเครื่องมือ Ai เข้ามาช่วยในการทำ contentต่าง ๆ และการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพิ่งเริ่มมีการทำการตลาดอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีขนาดเล็กและมีทรัพยากรบุคคลที่น้อย ความรู้ด้าน Ai จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และได้วางแนวทางการสื่อสารที่เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้า การทำคลิปที่สื่อถึงตัวผลิตภัณฑ์/แบรนด์ให้ชัดเจนขึ้น 📌ผู้เชี่ยวชาญและสถานประกอบการได้ร่วมกันพัฒนาการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook เป็นหลัก โดยวางแผนการใช้ Ai มาช่วยในการจัดทำ content เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ต้องการ นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญ ได้แนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม E-commerce ในไทย ความเหมาะสมของ Ai ที่จะนำมาใช้กับงานในแต่ละแบบ เช่น การทำภาพผลิตภัณฑ์สินค้าจาก Chat gpt และการคิด Framework จาก Claude เทคนิคการยิง ADs ผ่านช่องทาง Facebook และเพิ่มการทำ google flow เพื่อช่วยสร้างงานภาพและวิดีโอ เป็นต้น เพื่อช่วยในการวางแผนและผลิต content ให้สะดวก รวดเร็ว และมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น 📌ภายหลังจากการดำเนินการจัดทำคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและได้ Boost Post ไป 2 ครั้ง พบว่า เกิด Awareness กับกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มมากขึ้น สามารถสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและต่อยอดสู่การสร้างยอดขายในอนาคต
19 ส.ค 2569
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมกำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control) โดยมีสถานประกอบการดังนี้ 1. บริษัท พาริช เฟอทิไลเซอร์ จำกัด ผลิต จัดจำหน่าย และนำเข้าแม่ปุ๋ย ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์เคมี และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ปัญหา: ขาดระบบตรวจจับความผิดปกติของมอเตอร์ระบบสายพานลำเลียงล่วงหน้า (Predictive Maintenance / Condition Monitoring) เมื่อเกิดเหตุชำรุดหรือเสียหายแบบกะทันหัน (Breakdown) ส่งผลให้ต้องหยุดไลน์การผลิตทันที (Unplanned Downtime) แนวทางการพัฒนา: ติดตั้งระบบเซนเซอร์อัจฉริยะเพื่อตรวจจับความสั่นสะเทือน อุณหภูมิ เสียง กระแสไฟฟ้า และความหนาของฝุ่นที่เกาะมอเตอร์สายพานลำเลียง เพื่อเฝ้าระวังและพยากรณ์ความผิดปกติล่วงหน้า (Predictive Maintenance) พร้อมระบบแจ้งเตือน เพื่อช่วยป้องกันปัญหามอเตอร์ชำรุดแบบกะทันหัน พร้อมทั้งลดความสูญเสียจากเหตุไลน์การผลิตหยุดชะงัก 2. บริษัท วาไรตี้ แพ็ค จำกัด ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (Flexible Packaging) แบบครบวงจร ทั้งในรูปแบบม้วนสำหรับแพ็คอัตโนมัติและแบบซองสำเร็จรูป ปัญหา: กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ทั้ง 5 แผนก ยังคงใช้แบบฟอร์มกระดาษในการจดบันทึกข้อมูลหน้างาน และพึ่งพาพนักงานธุรการเพียงคนเดียวในการคีย์ข้อมูลลงระบบ Excel ส่งผล ให้เกิดคอขวดที่ทำให้รายงานสรุปผลการผลิตดีเลย์ ทั้งในส่วนของยอดการผลิต ปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ และจำนวนของเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละแผนก ความล่าช้าของข้อมูลนี้ทำให้หัวหน้างาน ไม่สามารถรับทราบสถานะเพื่อแก้ไขปัญหาหน้างานและลดจำนวนของเสียได้อย่างทันท่วงที แนวทางการพัฒนา: พัฒนาระบบบันทึกและจัดเก็บข้อมูลออนไลน์สำหรับทั้ง 5 แผนก เพื่อรวบรวมเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางบนระบบคลาวด์ และนำมาวิเคราะห์ประมวลผลพร้อมแสดงผลบน Dashboard ในรูปแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยให้หัวหน้างานสามารถเข้าถึงและติดตามข้อมูลได้ตลอดเวลา เมื่อพบความผิดปกติหรือพบของเสียในไลน์การผลิต ก็สามารถเข้ามากำกับดูแลและแก้ไขปัญหาหน้างานได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้ปริมาณของเสียลดลง สินค้าได้คุณภาพตามมาตรฐาน
19 ส.ค 2569
ลงพื้ที่กำกับติดตาม "ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญโถมบริวเวอรี่" ที่เข้าร่วมกิจกรรมการยกระดับกระบวนการผลิตในสถานประกอบการด้วยดิจิทัลอุตสาหกรรม
ลงพื้ที่กำกับติดตาม "ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญโถมบริวเวอรี่" ที่เข้าร่วมกิจกรรมการยกระดับกระบวนการผลิตในสถานประกอบการด้วยดิจิทัลอุตสาหกรรม
วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กำกับติดตามสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการยกระดับกระบวนการผลิตในสถานประกอบการด้วยดิจิทัลอุตสาหกรรม ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี มีรายละเอียดดังนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญโถมบริวเวอรี่ ผลิต : คราฟเบียร์ ปัญหาที่พบ : กระบวนการหมักคราฟเบียร์จำเป็นต้องควบคุมและติดตามอุณหภูมิภายในถังหมักอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงผิดปกติอาจส่งผลต่อคุณภาพของเบียร์ และในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้อง เช่น ไฟฟ้าดับ ระบบทำความเย็นขัดข้อง หรืออุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิมีปัญหา อาจทำให้สภาวะการหมักผิดปกติและเกิดความเสียหายต่อเบียร์ทั้งถังได้ปัจจุบันการตรวจสอบสภาวะการหมักด้วยการเข้าไปตรวจสอบหน้างานเป็นระยะอาจไม่เพียงพอ เพราะไม่สามารถติดตามสถานะของถังหมักได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากเกิดเหตุผิดปกติในช่วงที่ไม่มีผู้ดูแล อาจทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งด้านคุณภาพและต้นทุนการผลิต แนวทางการพัฒนา : ติดตั้งระบบ IoT เพื่อติดตามและเฝ้าระวังกระบวนการหมักคราฟต์เบียร์ โดยใช้เซนเซอร์วัดอุณหภูมิของถังหมัก และส่งข้อมูลเข้าสู่ Dashboard แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถดูอุณหภูมิและตรวจสอบสถานะการหมักได้จากระยะไกล นอกจากนี้ ระบบยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อเกิดปัญหา เช่น อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป ไฟฟ้าดับ หรือระบบทำความเย็นทำงานผิดปกติ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที
19 ส.ค 2569
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. กำกับติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพ SMEs ด้วยซอฟต์แวร์และ AI
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. กำกับติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพ SMEs ด้วยซอฟต์แวร์และ AI
วันที่ 17 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมกำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพ SMEs ด้วยซอฟต์แวร์และ AI โดยมีสถานประกอบการดังนี้ 1. บริษัท แอล.เอส.บรรจุภัณฑ์ จำกัด ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ ทั้งกล่องกระดาษลูกฟูก กล่องกระดาษ กล่องขนาดใหญ่ และบรรจุภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ปัญหา: บริษัทให้พนักงานตรวจนับและบันทึกข้อมูลจำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้ในแต่ละกระบวนการผลิตลงในใบงาน ซึ่งพนักงานไม่ได้ตรวจสอบและยืนยันจำนวนชิ้นงานอย่างถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าชิ้นงานสูญหายหรือคลาดเคลื่อนในกระบวนการผลิตใด โดยเมื่อสิ้นสุดกระบวนการผลิตจึงพบว่าจำนวนชิ้นงานไม่ครบถ้วน ส่งผลต่อการส่งมอบสินค้าล่าช้า แนวทางการพัฒนา: นำ AI เข้ามาช่วยอ่านและตรวจสอบข้อมูลจากใบงาน โดยให้พนักงานถ่ายภาพใบงานผ่านระบบ LINE และยืนยันจำนวนชิ้นงานพร้อมสาเหตุของชิ้นงานที่เสียหาย (หากมี) ทุกครั้งหลังเสร็จสิ้นแต่ละ Process จากนั้น AI จะประมวลผลและอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติ พร้อมบันทึกจำนวนชิ้นงานและรายละเอียดลงใน Google Sheets แสดงบนหน้า Dashboard แบบเรียลไทม์ เพื่อให้สามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ช่วยลดความสูญเสียและความคลาดเคลื่อน เพิ่มความถูกต้องในการควบคุมกระบวนการผลิต 2. บริษัท ฉัตรแก้ว อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ออกแบบ ผลิต และให้บริการลับคมด้วยเครื่องมือตัดที่มีความแม่นยำสูง ปัญหา: การบันทึกข้อมูลการผลิตในแต่ละกระบวนการผลิตลงในแบบฟอร์มและในระบบ ERP ดำเนินการโดยพนักงานประจำเครื่องจักร ซึ่งขาดความครบถ่้วน ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เนื่องจากพนักงานมองว่าทำงานซ้ำซ้อน ส่งผลให้ไม่สามารถตรวจสอบสถานะและติดตามย้อนกลับของงานในแต่ละขั้นตอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางการพัฒนา: นำระบบการจัดเก็บข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ โดยการบันทึกภาพใบงานแล้วประมวลผลข้อมูลจากหน้างาน เพื่อแปลงข้อมูลเข้าไปจัดเก็บในระบบ ERP โดยไม่ต้องเสียเวลาในการกรอกข้อมูล และพัฒนาโปรแกรมแสดงผลข้อมูลในแต่ละขั้นตอน หากพบว่ากระบวนการใดยังไม่มีการบันทึกข้อมูล ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานดำเนินการบันทึก พร้อมไม่อนุญาตให้กระบวนการถัดไปดำเนินการบันทึกข้อมูลได้ จนกว่ากระบวนการก่อนหน้าจะดำเนินการบันทึกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้ข้อมูลการผลิตมีความถูกต้อง ต่อเนื่อง ตรวจสอบย้อนกลับได้ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบมากขึ้น
19 ส.ค 2569
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมกำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control) โดยมีสถานประกอบการดังนี้ 1. บริษัท เอ็น เค แลบอราทอรี (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทดลองงานวิทยาศาสตร์ที่ผลิตจากแก้ว ปัญหา: ระบบควบคุมอุณหภูมิเตาอบแก้ววิทยาศาสตร์ ขาดระบบแจ้งเตือนความผิดปกติ (Alarm System) เมื่ออุณหภูมิสูงเกินเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้ชิ้นงานเกิดความเสียหาย แนวทางการพัฒนา: ติดตั้งระบบตรวจจับอุณหภูมิอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ (Smart Temperature Monitoring) แยกอิสระจากระบบเดิม พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิสูงผิดปกติ เพื่อให้พนักงานเข้าดำเนินการแก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนชิ้นงานได้รับความเสียหาย 2. บริษัท เซฟ จงดี แทงค์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผลิตและจำหน่ายถังพีอีและถังไฟเบอร์กลาส ภายใต้แบรนด์ “Safe” ปัญหา: ความหนาของชิ้นงานไม่สม่ำเสมอในกระบวนการขึ้นรูป เนื่องจากการบคุมทิศทางและความเร็วในการกลิ้งหมุน ซึ่งยังคงใช้ทักษะแรงงานคน (Manual Control) ทำให้ควบคุมมาตรฐานได้ยาก ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อคุณภาพโครงสร้างผลิตภัณฑ์ และขาดระบบตรวจสอบที่แม่นยำ แนวทางการพัฒนา: ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดความหนาและอุณหภูมิ ควบคู่กับการนำระบบ AI วิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลหน้างาน (AI Operator Assistant) มาใช้ประมวลผลแบบเรียลไทม์ พร้อมแสดงผลผ่านหน้าจอคำแนะนำ (Visual Guidance) เพื่อบอกผู้ปฏิบัติงานอย่างแม่นยำว่าควรกลิ้งหมุนเน้นในจุดใด หรือควรสิ้นสุดกระบวนการเมื่อใด ช่วยให้แรงงานคนสามารถควบคุมความหนาของชิ้นงานให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
19 ส.ค 2569
ผอ.กท.กสอ. มอบ เจ้าหน้าที่ กช.กท.กสอ กำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพ SMEs ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI
ผอ.กท.กสอ. มอบ เจ้าหน้าที่ กช.กท.กสอ กำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพ SMEs ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมกำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพ SMEs ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI โดยมีสถานประกอบการดังนี้ 1. บริษัท โฟร์สตาร์ การ์เมนท์ แอนด์ เท็กซ์ไทล์ จำกัด ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าเด็กสำเร็จรูป ปัญหา: ปัจจุบันบริษัทยังคงใช้การบันทึกยอดการผลิตแต่ละขั้นตอนลงในแบบฟอร์ม ส่งผลให้ผู้บริหารและฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่สามารถทราบสถานะความคืบหน้าของงานผลิตระหว่างวันได้ บางครั้งเกิดปัญหาการผลิตล่าช้ากว่ากำหนดทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันกำหนดส่ง อีกทั้งยังขาดข้อมูลเชิงตัวเลขที่เป็นระบบสำหรับนำไปใช้ประกอบการบริหารจัดการธุรกิจ ทำให้การตัดสินใจและการวางแผนการผลิตเป็นไปด้วยความล่าช้าและขาดความแม่นยำแนวทางการพัฒนา: พัฒนา AppSheet เพื่อใช้เป็นช่องทางในการจัดเก็บข้อมูลการผลิตแต่ละขั้นตอน โดยแสดงผลในรูปแบบ Dashboard เป็นรายชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริหารและฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานะการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง 2. บริษัท สยามโชคบุญมา จำกัด ผลิตและขายแบตเตอรี่ยานพาหนะ ปัญหา: ฝ่ายคลังวัตถุดิบ (Raw Material) และคลังสินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) ยังคงใช้การบันทึกข้อมูลลงในแบบฟอร์มสำหรับควบคุมการรับเข้า-จ่ายออก โดยในขณะเดียวกันผู้จัดการได้จัดทำไฟล์ Excel บันทึกข้อมูลสต็อกวัตถุดิบ และคลังสินค้าสำเร็จรูปแยกออกมาต่างหาก โดยเมื่อนำข้อมูลทั้งสองฝั่งมาตรวจสอบพบว่ามีข้อมูลไม่ตรงกัน ทำให้ผู้ปฏิบัติงานหน้างานและผู้จัดการไม่สามารถทราบสถานะจำนวนสต็อกคงเหลือที่แท้จริง แนวทางการพัฒนา: พัฒนา AppSheet สำหรับใช้บันทึกการเบิกเข้าและจ่ายออกของสต็อกทั้งสอง โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลเดิมบน Excel ให้ย้ายมาจัดเก็บบน Google Sheet เพื่อให้ข้อมูลอยู่ในระบบเดียวกันและสามารถอัปเดตได้แบบเรียลไทม์ พร้อมแสดงผลบน Dashboard ผ่านซอฟต์แวร์ Looker Studio ซึ่งจะช่วยให้ทั้งผู้ปฏิบัติงานหน้างาน และผู้จัดการสามารถตรวจสอบและบริหารจัดการสต็อกได้ ข้อมูลมีความถูกต้อง ชัดเจน
19 ส.ค 2569
ลงพื้นที่กำกับติดตาม"วิสาหกิจชุมชนตำบลคลองจิก" ที่เข้าร่วมกิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (เกษตรอัจฉริยะ : Smart Farm) สำหรับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
ลงพื้นที่กำกับติดตาม"วิสาหกิจชุมชนตำบลคลองจิก" ที่เข้าร่วมกิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (เกษตรอัจฉริยะ : Smart Farm) สำหรับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กำกับติดตามสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (เกษตรอัจฉริยะ : Smart Farm) สำหรับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีรายละเอียดดังนี้ 🏭 วิสาหกิจชุมชนตำบลคลองจิก 📌 ประกอบธุรกิจ : ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เช่น ครีมบำรุง ยานวด ยาดม ⚠ ปัญหาที่พบ : ปัจจุบันวิสาหกิจยังขาดข้อมูลสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชสมุนไพร เช่น ความชื้นและอุณหภูมิ รวมถึงยังใช้แรงงานคนในการควบคุมการให้น้ำ ทำให้ไม่สามารถกำหนดปริมาณน้ำได้อย่างแม่นยำ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต ตลอดจนคุณภาพ และปริมาณผลผลิตของสมุนไพร 💚 แนวทางการพัฒนา : ประยุกต์ใช้ Sensor และระบบ IoT สำหรับตรวจวัดความชื้นและอุณหภูมิทั้งในดินและ ในอากาศแบบ Real-time พร้อมติดตั้ง ระบบควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติ ที่สามารถสั่งจ่ายน้ำเมื่อความชื้น ในดินต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ช่วยให้เกษตรกรมีข้อมูลสำหรับวางแผนและดูแลพืชสมุนไพร สามารถควบคุมความชื้นในดินให้อยู่ในที่เหมาะสม ลดการให้น้ำที่มากหรือน้อยเกินความจำเป็น รวมถึงช่วยลดเวลาและต้นทุนด้านแรงงานในการดูแลแปลงปลูก
18 ส.ค 2569
ลงพื้นที่กำกับติดตาม "สวนทุเรียนชัยยุทธ" ที่เข้าร่วมกิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (เกษตรอัจฉริยะ : Smart Farm)
ลงพื้นที่กำกับติดตาม "สวนทุเรียนชัยยุทธ" ที่เข้าร่วมกิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (เกษตรอัจฉริยะ : Smart Farm)
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กำกับติดตามสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (เกษตรอัจฉริยะ : Smart Farm) สำหรับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ จังหวัดกระบี่ มีรายละเอียดดังนี้ สวนทุเรียนชัยยุทธ ประกอบธุรกิจ : เพาะปลูกและจัดจำหน่ายผลไม้ทุเรียน ปัญหาที่พบ : ปัจจุบันสวนยังขาดระบบตรวจวัดข้อมูลสภาพแวดล้อมและสภาพดินที่แม่นยำ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณธาตุอาหารในดิน ทำให้เกษตรกรมีข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับวางแผนการดูแลต้นทุเรียน ส่งผลให้การเจริญเติบโตไม่สม่ำเสมอ และผลผลิตในแต่ละปีอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แนวทางการพัฒนา : ประยุกต์ใช้ Sensor และระบบ IoT สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธาตุอาหารในดินแบบ Real-time พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อค่าที่ตรวจวัดได้ต่ำกว่าหรือสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ช่วยให้เกษตรกรสามารถนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนให้น้ำ ใส่ปุ๋ย และดูแลแปลงได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลต้นทุเรียนให้มีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้อย่างสม่ำเสมอ
14 ส.ค 2569
ผอ.กท. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมกำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
ผอ.กท. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมกำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรมกำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control) โดยมีสถานประกอบการดังนี้ 1. บริษัท เอส.เจ สกรูไทย จำกัด ผลิตและจำหน่ายสกรู น็อต และอุปกรณ์ยึดติดคุณภาพสูง 📝ปัญหา: ไม่มีการตรวจนับจำนวน/บันทึกภาพสินค้าที่ผลิตได้ในแต่ละขั้นตอน เมื่อเกิดเหตุจำนวนสินค้าที่ผลิตได้ไม่สัมพันธ์กับปริมาณวัตถุดิบนำเข้า/ลักษณะของชิ้นงานที่ได้จากเครื่องจักรในกระบวนการผลิตนั้น ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเกิดการสูญหาย/เสียหายระหว่างขั้นตอนการผลิตใด 💡แนวทางการพัฒนา: นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการตรวจนับจำนวน/ตรวจดูลักษณะของชิ้นงาน โดยใช้กล้องมือถือบันทึกภาพชิ้นงานและประมวลผลเพื่อตรวจสอบจำนวน/ลักษณะของชิ้นงาน โดยผลการตรวจนับ/ลักษณะของชิ้นงานจะถูกบันทึกลงในไฟล์ Excel เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ ซึ่งข้อมูลการตรวจนับ/ข้อมูลลักษณะของชิ้นงานจะเชื่อมโยงกับใบงาน (Job Order) เพื่อให้สามารถติดตามสินค้าแต่ละรายการได้ ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดจากการตรวจนับด้วยแรงงานคน และลดความสูญเสียจากการหลุดรอดของชิ้นงานที่ไม่ได้ลักษณะไปยังกระบวนการผลิตถัดไปได้ทันท่วงที 2. บริษัท สายไฟฟ้ามหานคร จำกัด เป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้าและสายนำสัญญาณชนิดต่าง ๆ 📝ปัญหา: แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ สารละลายหมึกสำหรับพิมพ์ข้อความบนสายไฟแห้ง ทำให้ข้อความที่พิมพ์บนสายไฟไม่คมชัด หรือไม่ติด และระดับน้ำ+อุณหภูมิของน้ำในกระบวนการทำความเย็นสายไฟไม่อยู่ในระดับ/ค่าที่กำหนด เป็นผลทำให้สายไฟมีรูปทรงบิดเบี้ยว หรือมีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน 💡แนวทางการพัฒนา: 1. ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับปริมาณและระดับสารทำละลายหมึกพิมพ์ เพื่อให้ระบบตรวจจับความผิดปกติและแจ้งเตือนพนักงาน เพื่อการเติมสารทำละลายได้ทันเวลาก่อนหมึกจะแห้ง ลดความเสียหายจากการพิมพ์ข้อความไม่คมชัดหรือไม่ติด และทำให้การพิมพ์ข้อความเกิดความต่อเนื่องไม่ขาดตอน 2. ติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำและอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นในกระบวนการหุ้มสายไฟทองแดงเพื่อป้องกันไม่ให้ระดับน้ำในรางทำความเย็นต่ำกว่าระดับสายไฟ และไม่ให้อุณภูมิของน้ำในรางสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำให้การหุ้มฉนวนของสายไฟเกิดความผิดปกติ โดยส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้พนักงานเข้าตรวจสอบและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันความเสียหายของสายไฟ
14 ส.ค 2569
ลงพื้นที่กำกับติดตามสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ บ้านสวนมงคล
ลงพื้นที่กำกับติดตามสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ บ้านสวนมงคล
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กำกับติดตามสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (เกษตรอัจฉริยะ : Smart Farm) สำหรับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ จังหวัดกระบี่ มีรายละเอียดดังนี้ บ้านสวนมงคล ประกอบธุรกิจ : เพาะปลูกและจัดจำหน่ายผลไม้ทุเรียน ปัญหาที่พบ : ปัจจุบันสวนยังใช้แรงงานคนในการเปิด–ปิดระบบน้ำ ทำให้ต้องใช้เวลาจัดการน้ำค่อนข้างนาน และไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำที่ให้แก่ต้นทุเรียนได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต ที่มีความต้องการน้ำแตกต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิตทุเรียน แนวทางการพัฒนา : นำ ระบบควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติ และAI มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกำหนดและควบคุมปริมาณการให้น้ำได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละช่วงการเจริญเติบโต เช่น ช่วงสร้างใบที่ต้องการน้ำในปริมาณมาก และช่วงสร้างดอกที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำอย่างเหมาะสม ช่วยลดเวลาในการเปิด–ปิดน้ำ เพิ่มความแม่นยำในการจัดการน้ำ และสนับสนุนการเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทุเรียน
14 ส.ค 2569