โทรศัพท์ 1358

กสอ. ดัน เอสเอ็มอีไทย พิชิตโควิด-19 ด้วยตลาดออนไลน์ สร้างผลประกอบการโตจริง กระตุ้นยอดขายได้มากกว่า 330 ล้านบาท
กสอ. ดัน เอสเอ็มอีไทย พิชิตโควิด-19 ด้วยตลาดออนไลน์ สร้างผลประกอบการโตจริง กระตุ้นยอดขายได้มากกว่า 330 ล้านบาท
กสอ. ดัน เอสเอ็มอีไทย พิชิตโควิด-19 ด้วยตลาดออนไลน์ สร้างผลประกอบการโตจริง กระตุ้นยอดขายได้มากกว่า 330 ล้านบาท กรุงเทพ ฯ 3 ธันวาคม 2563 - นายใบน้อย สุวรรณชาตรี แถลงข่าวผลสำเร็จโครงการ “SMEs GROW UP” ปั้นเอสเอ็มอีสู่ B2C ฝ่าวิกฤตโควิด-19 พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรและกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมี นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวรายงาน ณ ห้องบอลรรูม โรงแรมคอนราด สำหรับโครงการ “SMEs GROW UP” ปั้น SMEs สู่ B2C ฝ่าวิกฤตวิกฤตโควิด-19 เป็นโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ที่ผู้ประกอบการไม่สามารถทำการตลาดแบบเดิมได้ จึงหันมาปรับเปลี่ยนการทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ แทน ดังนั้น กสอ. จึงได้มีหลักสูตรการตลาดออนไลน์ที่รวบรวมพื้นฐานการทำตลาดออนไลน์ที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการผ่านทางการรับชมทางช่องทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนมือถือ โดยดำเนินการผ่าน 2 กิจกรรม คือ 1. กิจกรรมการอบรมด้านการตลาดออนไลน์ สำหรับการทำตลาดธุรกิจแบบ B2C โดยวิทยากรจากแบรนด์ชั้นนำและองค์กรที่เป็นผู้นำในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีทำการตลาดและโฆษณา ที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างมากมายมาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ กับ 8 หลักสูตรพื้นฐาน และ 2. กิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำด้านธุรกิจออนไลน์แบบกลุ่ม ผ่านทางเว็บไซต์ www.smesgrowup.com โดยทั้ง 2 กิจกรรม มีผู้ประกอบการทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมพัฒนาทักษะกว่า 10,000 ราย ผ่านการอบรมการตลาดออนไลน์ทั้งหลักสูตรพื้นฐานและเชิงลึก และคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกในรูปแบบออนไลน์กว่า 350 กิจการ ซึ่งสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำตลาดออนไลน์และส่งผลให้มียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมากถึง 330 ล้านบาท และในโอกาสนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยังให้เกียรติมอบประกาศนียบัตรและกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำนวน 35 กิจการ ซึ่งรับคัดเลือกให้เข้ารับคำปรึกษาแนะนำอย่างเข้มข้นจากผู้เชียวชาญทางด้านการตลาด พร้อมทำ Workshop และมีความโดดเด่นในการประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้อย่างดี ### PR.DIProm (กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม) รายงาน/ภาพข่าว
20 ธ.ค. 2563
กรุงเทพมหานครวันที่ 4 ธันวาคม 2563 กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กท.กสอ.)
กรุงเทพมหานครวันที่ 4 ธันวาคม 2563 กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กท.กสอ.)
กรุงเทพมหานครวันที่ 4 ธันวาคม 2563 กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กท.กสอ.) จัดสัมมนาปั้นอาหารไทยปรุงให้ก้าวไกลสู่ตลาดดิจิทัลอย่างเป็นมืออาชีพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงรายละเอียดการดำเนินกิจกรรมปั้นอาหารไทยปรุงให้ก้าวไกลสู่ตลาดดิจิทัลอย่างเป็นมืออาชีพ ภายใต้โครงการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการสู่ความเป็นมืออาชีพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำแก่ SMEs ให้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจทางด้านการตลาด ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ SMEs โดยนายรังสิทธิ์ วงศ์เปี้ย นายช่างเทคนิคอาวุโส เป็นผู้นำเสนอและชี้แจงรายละเอียดการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว และการสัมมนาในครั้งนี้ยังเป็นการรับสมัครและคัดสรร SMEs กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมด้วยนอกจากนี้ กท.กสอ. ยังได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ประเมศฐ์ ศตประสิทธิ์ชัย และทีมงานมาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่อง เทคโนโลยีดิจิทัลมีความสำคัญอย่างไรต่อการดำเนินธุรกิจในยุค New Normal ให้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องบอลรูมฟอร์เย่ ชั้น 2 โรงแรมรามาดา บาย วินแดม แบงคอก เจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ
07 ธ.ค. 2563
จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)และสัมมนาเชิงปฏิบัติการ SHAP
จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)และสัมมนาเชิงปฏิบัติการ SHAP
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563 ณ ห้อง BSC ชั้น 1 อาคาร กน.กสอ. กท.กสอ.โดย คณะทำงาน Happy Workplace กท.กสอ. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)และสัมมนาเชิงปฏิบัติการ SHAP งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผอ.กท.กสอ.และที่ปรึกษาคณะทำงาน Happy Workplace กท.กสอ.เป็นประธานในงาน นางนวลจิตต์ เรืองศรีใส นักวิเคราะนโยบายและแผนเชี่ยวชาญและประธานคณะทำงาน Happy Workplace กท.กสอ.กล่าวรายงาน การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการจัดทำขึ้นระหว่าง กท.กสอ. กับ 4 สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ กับ กท.กสอ. ประกอบไปด้วย 1. บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ลัคกี้ เฟลม จำกัด 3. บริษัท เซ็นส์ อินโฟ เทค จำกัด 4. บริษัท เอ็ม.วาย.อาร์.คอมเมติค โซลูชั่น จำกัด โดยมีระยะเวลาดำเนินการ ต.ค.2563 - พ.ย.2564 อีกทั้งในงานนี้ยังมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ Happy Workplace โดยมีคุณวินัยศักดิ์ เหมืองทอง ผู้จัดการโครงการ SHAP เป็นวิทยากร เพื่อความเข้าในการสร้างความสุขในสถานประกอบการมากยิ่งขึ้น งานนี้มีผู้บริหารและพนักงานทั้ง 4 สถานประกอบการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ กสอ. ที่เกี่ยวข้องร่วมงานรวมทั้งสิ้น 40 คน
07 ธ.ค. 2563
30 พฤศจิกายน 2563, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัล
30 พฤศจิกายน 2563, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัล
30 พฤศจิกายน 2563, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะคณะกรรมการจัดทำเนื้อหานิทรรศการ อาคารแสดงประเทศไทย งาน World Expo 2020 Dubai พร้อมด้วยนายนพดล อุ่มน้อย ผู้อำนวยการกลุ่มเพิ่มขีดความสามารถวิสาหกิจด้วยดิจิทัล และนายแววพงศ์ แววฉิมพลี วิศวกรปฏิบัติการ เข้าร่วมประชุมคณะทำงานจัดทำเนื้อหานิทรรศการฯ ครั้งที่ 2/2563 เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าในการจัดทำเนื้อหานิทรรศการดังกล่าว โดยมีนายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นประธาน โดยความคืบหน้าในการดำเนินการก่อสร้างอาคารแสดงประเทศไทย ในส่วนของโครงสร้างดำเนินการเสร็จสิ้น เหลือเพียงงานตกแต่งภายใน ซึ่งภาพรวมของโครงการดำเนินการเสร็จแล้ว ประมาณ50% ตามแผนส่งมอบงาน เดือนกรกฎาคม 2564 การจัดทำวีดิทัศน์เนื้อหานิทรรศการห้องที่ 3 ซึ่งมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นคณะทำงานฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ มีเนื้อหาหลักประกอบด้วยศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในปัจจุบัน ภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อนแห่งอนาคต” (Mobility of The Future) ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ360องศาที่ผสมผสานเทคนิคมัลติมีเดียกับเทคนิคพิเศษเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมโดยผู้ชมจะรู้สึกเหมือนกำลังท่องเที่ยวประเทศไทยผ่านโดรนพาหนะแห่งอนาคต ความยาวทั้งสิ้น 4 นาที โดยที่ปรึกษาได้นำข้อเสนอแนะจากที่ประชุมครั้งที่แล้ว นำไปปรับปรุงแก้ไขและนำมาให้ที่ประชุมพิจารณา โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ
07 ธ.ค. 2563
กพ.กท. เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้วยซอฟท์แวร์จำลองสถานการณ์การผลิต FlexSim”
กพ.กท. เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้วยซอฟท์แวร์จำลองสถานการณ์การผลิต FlexSim”
กพ.กท. เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้วยซอฟท์แวร์จำลองสถานการณ์การผลิต FlexSim” 17 พฤศจิกายน 2563 – กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม โดย กลุ่มเพิ่มขีดความสามารถวิสาหกิจด้วยดิจิทัล จัดพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การใช้งานโปรแกรม FlexSim เพื่อการวางแผนและควบคุมการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ” ระหว่างวันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องประชุมบอลรูมฟอร์เย่ โรงแรมรามาดา บาย วินแดม แบงคอก เจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้วยการใช้โปรแกรมจำลองสถานการณ์การผลิต FlexSim นำมาประยุกต์ใช้สำหรับการวางแผนและควบคุมการผลิตในสถานประกอบการ ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายนพดล อุ่มน้อย ผู้อำนวยการกลุ่มเพิ่มขีดความสามารถวิสาหกิจด้วยดิจิทัล เป็นประธานในพิธีเปิด และมีผู้ประกอบการ SMEs ให้ความสนใจเข้าร่วมการอบรมกว่า 50 ราย
07 ธ.ค. 2563
วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน 2563 กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัย
วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน 2563 กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัย
วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน 2563 กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโครงการ SMEs Grow up: ปั้น SMEs สู่ B2C ฝ่าวิกฤตโควิด-19 คณะทำงานนำทีมโดย นายโดม ถนอมบูรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาผู้ประกอบการและบุคลากรดิจิทัล กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม เข้าร่วมสังเกตุการณ์ทีมที่ปรึกษาถ่ายทำ Sucess Case ในโครงการ SMEs Grow up: ปั้น SMEs สู่ B2C ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ณ สตูดิโอ Nortas Sathorn ร่วมพูดคุยและหารือกับผู้ประกอบการ ที่ได้รับ Sucess Case ในโครงการ สามารถติดตามข่าวสารและสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อเรียนย้อนหลังได้ที่ www.smesgrowup.com
17 พ.ย. 2563
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 นางนวลจิตต์ เรืองศรีใส นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ และประธานคณะทำงาน Happy Workplace กท.กสอ.
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 นางนวลจิตต์ เรืองศรีใส นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ และประธานคณะทำงาน Happy Workplace กท.กสอ.
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 นางนวลจิตต์ เรืองศรีใส นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ และประธานคณะทำงาน Happy Workplace กท.กสอ. นำคณะทำงานฯ First Visit สถานประกอบการเพื่อประเมินความพร้อมของผู้บริหาร, พนักงานและสถานที่ที่จะเข้าร่วมโครงการ SHAP กับ กท.กสอ. บ.เซ็นส์ อินโฟ เทค จำกัด จ.นนทบุรี เป็นบริษัทฯ ผลิตซอฟแวต์ สื่อ อินโฟกราฟิก ฯลฯ บ.เอ็ม วาย อาร์ คอลเมติกส์ โซลูชั่น จำกัด จ.ปทุมธานี เป็นบริษัทฯรับผลิตเครื่องสำอาง โดยผู้บริหารและตัวแทนพนักงานทั้ง 2 บริษัท ได้ร่วมรับฟังถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯทั้งด้าน Happy และ Productivity และซักถามข้อสงสัย พร้อมกันนี้ ทางคณะทำงานฯ ได้แจกสื่อสร้างสุขแก่สถานประกอบการ โดยจากวันนี้คณะทำงานฯ จะนำข้อมูลไปประชุมหารือนัด MOU และจัดอบรมเชิงลึกฯ ต่อไป
17 พ.ย. 2563
กท.กสอ.​ ยกทัพหารือร่วมกับสภาดิจิทัลอุตสาหกรรมเพื่อเศรษฐกิจ​และสังคมแห่งประเทศไทยเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมดิจิทัลแก่​ SMEs
กท.กสอ.​ ยกทัพหารือร่วมกับสภาดิจิทัลอุตสาหกรรมเพื่อเศรษฐกิจ​และสังคมแห่งประเทศไทยเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมดิจิทัลแก่​ SMEs
กท.กสอ. ยกทัพหารือร่วมกับสภาดิจิทัลอุตสาหกรรมเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยเพื่อหาแนวทางการส่งเสริมดิจิทัลแก่ SMEs กรุงเทพฯ 9 พฤศจิกายน 2563 : นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรมนำทีมผู้บริหารจากกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรมเข้าหารือกับนายวีระ วีระกุล รองประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทยและคณะเพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลภายในธุรกิจ ซึ่งได้มีการพูดคุยหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านของความต้องการใช้ซอฟแวร์ในปัจจุบัน ความตระหนักรู้เรื่องของซอฟแวร์ในภาคธุรกิจ การส่งเสริมซอฟแวร์ไทยให้สามารถดำเนินธุรกิจและเติบโตได้อย่างยั่งยืน และการค้าออนไลน์ปัจจุบันของประเทศไทย ณ ห้องประชุม A ชั้น 4 อาคารสุทธิ กรุงเทพ
09 พ.ย. 2563
ขายด้วย Wordpress" กรุงเทพฯ วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2563 : กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดฝึกอบรมหลักสูตรออนไลน์ หัวข้อ "ผลักยอดขายด้วย Wordpress" ภายใต้โครงการ​ "ปั้น SMEs สู่ B2C ฝ่าวิกฤตโควิด -19"
ขายด้วย Wordpress" กรุงเทพฯ วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2563 : กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดฝึกอบรมหลักสูตรออนไลน์ หัวข้อ "ผลักยอดขายด้วย Wordpress" ภายใต้โครงการ​ "ปั้น SMEs สู่ B2C ฝ่าวิกฤตโควิด -19"
ขายด้วย Wordpress" กรุงเทพฯ วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2563 : กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดฝึกอบรมหลักสูตรออนไลน์ หัวข้อ "ผลักยอดขายด้วย Wordpress" ภายใต้โครงการ "ปั้น SMEs สู่ B2C ฝ่าวิกฤตโควิด -19" โดยได้รับเกียรติจาก นายโดม ถนอมบูรณ์ ตำแหน่ง ผกบ.กท.กสอ. กล่าวเปิดกิจกรรมในครั้งนี้ ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรที่ 4 จาก หลักสูตรเชิงลึก จำนวน 4 หลักสูตร ของโครงการ "ปั้น SMEs สู่ B2C ฝ่าวิกฤตโควิด -19" วิทยากรโดย คุณขวัญอรุณ โอภานนท์ วิทยากรสอนการตลาดออนไลน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์การตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ประสบการณ์มากกว่า 7 ปี โดยนำกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ด้วยเครื่องมือออนไลน์มาใช้ในธุรกิจ ซึ่งได้วิทยากรมืออาชีพระดับแนวหน้า มาถ่ายทอดเทคนิค ทักษะ และองค์ความรู้ ในการทำตลาดออนไลน์ในยุค New normal ให้แก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และบุคคลทั่วไปที่สนใจ . สามารถติดตามและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ www.smesgrowup.com
08 ต.ค. 2563
7 ตุลาคม 2563, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม
7 ตุลาคม 2563, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม
7 ตุลาคม 2563, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นายวาที พีระวรานุพงศ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม เป็นผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะคณะกรรมการจัดทำเนื้อหานิทรรศการ อาคารแสดงประเทศไทย งาน World Expo 2020 Dubai พร้อมด้วยนายนพดล อุ่มน้อย ผู้อำนวยการกลุ่มเพิ่มขีดความสามารถวิสาหกิจด้วยดิจิทัล และนายแววพงศ์ แววฉิมพลี วิศวกรปฏิบัติการ เข้าร่วมประชุมคณะทำงานจัดทำเนื้อหานิทรรศการฯ ครั้งที่ 1/2563 เพื่อรับฟังรายงานความคืบหน้าในการจัดทำเนื้อหานิทรรศการดังกล่าว โดยมีนายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นประธาน โดยความคืบหน้าในการดำเนินการก่อสร้างอาคารแสดงประเทศไทย ในส่วนของโครงสร้างดำเนินการเสร็จสิ้น เหลือเพียงงานตกแต่งภายใน ซึ่งมีกำหนดการแล้วเสร็จตามแผนงาน เดือนกรกฎาคม 2564 การจัดทำอนิเมชั่นเนื้อหานิทรรศการห้องที่ 3 ซึ่งมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นคณะทำงานฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ มีเนื้อหาหลักประกอบด้วยศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในปัจจุบัน ภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อนแห่งอนาคต” (Mobility of The Future) ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ360องศาที่ผสมผสานเทคนิคมัลติมีเดียกับเทคนิคพิเศษเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมโดยผู้ชมจะรู้สึกเหมือนกำลังท่องเที่ยวประเทศไทยผ่านโดรนพาหนะแห่งอนาคต ความยาวทั้งสิ้น 4 นาที โดยที่ปรึกษาได้รับข้อเสนอแนะจากที่ประชุมเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
08 ต.ค. 2563