โทรศัพท์ 1358
การค้นหาขั้นสูง

หมวดหมู่
YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE
YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE
YOUNG รักษ์ทะเล SEA THE CHANGE "สร้างโลกทะเลใหม่ด้วยมือเรา"
23 ก.ค. 2569
จาก "การเปลี่ยนแปลง" สู่ "ความสำเร็จ"
จาก "การเปลี่ยนแปลง" สู่ "ความสำเร็จ"
ร่วมติดตามเรื่องราวความสำเร็จของสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ Smart Factory ของกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กลุ่มเพิ่มขีดความสามารถวิสาหกิจด้วยดิจิทัล เราจะพาไปเรียนรู้แนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพการผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจ #กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม #DIPROM #Success2026 #เทคโนโลยีดิจิทัล #อุตสาหกรรมไทย #ผู้ประกอบการไทย
23 ก.ค. 2569
กิจกรรมการพัฒนาช่องทางการตลาด และอีคอมเมิร์ซด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (Enhancing Online Marketing & E-Commerce with Digital and AI Tools)
กิจกรรมการพัฒนาช่องทางการตลาด และอีคอมเมิร์ซด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (Enhancing Online Marketing & E-Commerce with Digital and AI Tools)
นายมนตรี วงค์มั่นกิจการผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกลุ่มพัฒนาผู้ประกอบการและบุคลากรดิจิทัลอุตสาหกรรม ติดตามการดำเนินงานกิจกรรมการพัฒนาช่องทางการตลาดและอีคอมเมิร์ซด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Enhancing Online Marketing & E- Commerce with Digital and AI Tools) ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 บริษัท ไทยโคโค่ฟาร์ม จำกัด (กรุงเทพฯ) ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวแปรรูป อาทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำตาลมะพร้าว ครีมมะพร้าว และผงกาแฟมะพร้าวสำเร็จรูป โดยสถานประกอบการมีความต้องการที่จะพัฒนาช่องทางการขายออนไลน์ และต้องการผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์สินค้ากาแฟมะพร้าวสำเร็จรูปเป็นหลัก ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกับสถานประกอบการทำการตลาดออนไลน์ โดยเริ่มตั้งแต่การกำหนดเส้นทางของผู้บริโภค (Customer Journey) การนำเสนอคอนเทนต์ให้ลูกค้ารับรู้ผ่านช่องทาง Facebook และแนบบลิ้งก์การปิดการขายตามช่องทางขายออนไลน์ต่าง ๆ และพัฒนาทักษะการใช้ AI อย่าง Gemini ในการช่วยพัฒนาคอนเทนต์ และได้ให้คำแนะนำด้านการเลือกกลุ่มเป้าหมาย การดูรายงานตัวเลขผลการวิเคราะห์การทำคอนเทนต์เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาให้สามารถทำคอนเทนต์หรือสื่อการส่งเสริมการขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บริษัท เทอร์มิโปร จำกัด (จ.นนทบุรี) บริการกำจัดปลวก และสัตว์รบกวน สถานประกอบการมีกลุ่มประเภทลูกค้าหลัก ๆ อยู่ 3 ประเภท ได้แก่ หน่วยงานราชการ ลูกค้าเอกชนกลุ่มโรงงาน และคาเฟ่ และกลุ่มบ้านพักอาศัย โดยการดำเนินการในปัจจุบันยังคงดำเนินการโดยพนักงานขายเข้าไปติดต่อลูกค้าโดยตรง สถานประกอบการมีความต้องการที่จะเพิ่มช่องทางการขายผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกับสถานประกอบการพิจารณาทำการตลาดออนไลน์ โดยวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่จะต้องการสื่อสารในช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยวางกลุ่มเป้าหมายหลักคือลูกค้าเอกชน และบ้านพักอาศัย และให้คำแนะนำด้านการทำคอนเทนต์กิจกรรมต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มการมองเห็นของลูกค้ามากขึ้น เทคนิคการทำคอนเทนต์ประเภทสื่อวิดีโอ และเทคนิคการบูสโพสให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลัก และภายในพื้นที่ที่สถานประกอบการสามารถดำเนินการให้บริการได้ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 บริษัท เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ จำกัด (จ.นครราชสีมา) ที่พักแหล่งท่องเที่ยวฟาร์มแกะ และศูนย์การเรียนรู้ ด้านการเกษตร สถานประกอบการมีกลุ่มประเภทลูกค้าหลัก ๆ อยู่ 4 ประเภท ได้แก่ โรงเรียน หน่วยงานราชการ ลูกค้าเอกชนกลุ่มโรงงาน และบุคคลทั่วไป โดยการดำเนินการในปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่มาจากการบูสโพสผ่าน Facebook สถานประกอบการมีความต้องการที่จะพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถสื่อสารคอนเทนต์ไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ตรงกลุ่มที่ตั้งเป้าหมายไว้ ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกับสถานประกอบการพิจารณาทำการตลาดออนไลน์ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย และคัดเลือก ทดสอบ Keyword หรือคำค้นให้ที่ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาคอนเทนต์ให้มีการมีส่วนร่วมของลูกค้ามากขึ้นเพื่อทำให้เกิดแรงดึงดูดและสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น การให้คำแนะนำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกการบูสโพสการทำคอนเทนต์เพื่อปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการให้คำแนะนำการพัฒนาคอนเทนต์จากปัญญาประดิษฐ์ อาทิ Gemini Chatgpt และ Google Flow
22 ก.ค. 2569
ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ พบกับคลิปเรื่องราวความสำเร็จ (Success Case) จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมของกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กลุ่มเพิ่มขีดความสามารถวิสาหกิจด้วยดิจิทัล
ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ พบกับคลิปเรื่องราวความสำเร็จ (Success Case) จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมของกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กลุ่มเพิ่มขีดความสามารถวิสาหกิจด้วยดิจิทัล
ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ พบกับคลิปเรื่องราวความสำเร็จ (Success Case) จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมของกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กลุ่มเพิ่มขีดความสามารถวิสาหกิจด้วยดิจิทัล ร่วมเรียนรู้แนวคิด ประสบการณ์ และผลลัพธ์จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ติดตามรับชมคลิปได้ตลอดเดือนกรกฎาคม แล้วมาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจและแนวทางการพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกัน #กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม #DIPROM #Success2026 #เทคโนโลยีดิจิทัล #อุตสาหกรรมไทย #ผู้ประกอบการไทย
22 ก.ค. 2569
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรม กำกับติดตาม กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI บริษัท เซฟจงดีแทงค์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถังพีอีและถังไฟเบอร์กลาส ภายใต้แบรนด์ “Safe” ปัญหา: โรงงานผลิตถังน้ำพลาสติกด้วยกระบวนการ Rotation Molding พบว่าไม่มีการกำหนดขั้นตอนการทำงาน (Work Instruction) ที่เป็นมาตรฐาน กระบวนการผลิตในปัจจุบันยังพึ่งพาทักษะและประสบการณ์ของพนักงานฝ่ายผลิตในการควบคุมการขึ้นรูปชิ้นงาน ส่งผลให้คุณภาพและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลิตในแต่ละรอบการผลิตมีความแปรปรวนและไม่เป็นไปตามมาตรฐาน แนวทางการพัฒนา: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดและบันทึกค่าพารามิเตอร์สำคัญในกระบวนการขึ้นรูป ได้แก่ 1. รอบการหมุนของโมล (Mold Rotation) 2. ระยะเวลาที่ใช้ในการขึ้นรูปชิ้นงาน 3. อุณหภูมิที่ใช้ในกระบวนการหลอมและขึ้นรูปพลาสติก โดยข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์เหล่านี้จะถูกนำมาใช้เป็นฐานในการกำหนดค่ามาตรฐาน (Standard Parameters) สำหรับกระบวนการผลิต เพื่อให้ทุกรอบการผลิตดำเนินไปภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ลดการพึ่งพาดุลยพินิจของแรงงานรายบุคคล ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งสายการผลิต บริษัท เอ็น เค แลบอราทอรี (ประเทศไทย) จำกัด รับผลิต ซ่อม และออกแบบ เครื่องแก้ววิทยาศาสตร์ที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ ปัญหา: 1. กระบวนการขึ้นรูปแก้วใช้แก๊ส อากาศ และลมเป่า ในการขึ้นรูปชิ้นงาน พบว่าแก๊สที่จ่ายออกจากถัง ในกระบวนกาคผลิตมีความไม่เสถียร โดยเฉพาะในช่วงที่ปริมาณแก๊สในถังใกล้หมด หรือในกรณีที่อัตราการไหลของแก๊สไม่คงที่ ส่งผลให้การควบคุมเปลวไฟและความร้อนที่ใช้ขึ้นรูปแก้วขาดความสม่ำเสมอ ชิ้นงานเกิดความเสียหายไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ก่อให้เกิดของเสียในสายการผลิต 2. เครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการขึ้นรูปมีมอเตอร์เป็นชิ้นส่วนหลักซึ่งโรงงานยังไม่มีระบบเฝ้าระวังหรือตรวจสอบสภาพการทำงานของมอเตอร์อย่างต่อเนื่อง หากเกิดความเสียหายกับมอเตอร์ขึ้นระหว่างการผลิต จะส่งผลให้สายการผลิตต้องหยุดชะงักลง แนวทางการพัฒนา: 1. ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดความดันและอัตราการไหลของแก๊ส บริเวณจุดจ่ายแก๊สจากถัง เพื่อเฝ้าระวังและติดตามค่าความดันและอัตราการไหลแบบต่อเนื่องระหว่างกระบวนการผลิต 2. ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดความสั่นสะเทือน บริเวณตัวมอเตอร์และแกนหมุน เพื่อตรวจจับความผิดปกติของการสั่นสะเทือนที่เกิดจากการสึกหรอของแบริ่ง หรือความไม่สมดุลของแกนหมุน เพื่อแจ้งเตือนก่อนเกิดปัญหาความเสียหายของมอเตอร์
22 ก.ค. 2569
ขยายระยะเวลารับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วม "กิจกรรมยกระดับสถานประกอบการด้วยดิจิทัลอุตสาหกรรม"
ขยายระยะเวลารับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วม "กิจกรรมยกระดับสถานประกอบการด้วยดิจิทัลอุตสาหกรรม"
ขยายระยะเวลารับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ฟรี กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วม "กิจกรรมยกระดับสถานประกอบการด้วยดิจิทัลอุตสาหกรรม" สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้รับ รับคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่ ณ สถานประกอบการ ให้คำปรึกษา และวิเคราะห์แนวทางพัฒนาด้วยเทคโนโลยี เช่น AI IoT Automation ERP และระบบริหารจัดการข้อมูล "เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต" รับจำนวนจำกัดเพียง 35 กิจการ เท่านั้น สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สนใจสแกนเลย หรือตามลิงก์ด้านล่าง รายละเอียดการสมัคร https://drive.google.com/drive/folders/107RPE4NlOCXUao8nEX4h0ktaE_aGJJ2r สำหรับสมัครเข้าร่วมโครงการ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf5tsru7qol4l06djI_8ttOjFWLzsqkIpdBFLRwYbWVnKLeBA/viewform
20 ก.ค. 2569
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรม กำกับติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control) 1. บริษัท เรียล เพท ฟูด จำกัด ประกอบธุรกิจรับจ้างผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ได้แก่ สุนัข แมว นก และกระต่าย ปัญหา: บริษัทต้องการควบคุมค่าความชื้นของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพได้มาตรฐาน ขจัดประเด็นการเครมคืนสินค้า แนวทางการพัฒนา: ติดตั้ง Sensor เพื่อตรวจจับความชื้นของผลิตภัณฑ์ก่อนบรรจุ โดยใช้ AI สำหรับจัดเก็บข้อมูลความชื้นที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์ราย SKU เพื่อการวิเคราะห์หาค่าความชื้นจากกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ พร้อมแจ้งเตือนเมื่อค่าความชื้นมีแนวโน้มผิดปกติ พร้อมแนะนำการปรับพารามิเตอร์การผลิตให้เหมาะสม นอกจากนี้ AI ยังช่วยคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้าและวิเคราะห์สาเหตุของความผิดปกติ เพื่อลดของเสียและรักษาคุณภาพสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด 2. บริษัท ปอแก้ว วิศวกรรม จำกัด ให้บริการรับเหมาออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมแซมบำรุงรักษาเครื่องจักร รวมถึงรับสร้างและต่อเติมโรงงาน คลังสินค้า บริการสร้างโรงงานและคลังสินค้า ปัญหา: เครื่องตัดเหล็กเลเซอร์ที่รองรับการตัดเหล็กหนา 1–13 มม. พบปัญหาขณะตัดชิ้นงาน โดยเฉพาะบริเวณขอบแผ่นเหล็กเกิดการเด้งหรือโก่งตัว ทำให้ชิ้นงานผิดรูปและขนาดคลาดเคลื่อนจากแบบที่กำหนด ส่งผลให้คุณภาพการตัดลดลง นอกจากนี้ยังมีเศษวัสดุ (Scrap) เหลือจากกระบวนการตัดในปริมาณมาก ทำให้สิ้นเปลืองวัตถุดิบ และเพิ่มต้นทุนการผลิต แนวทางการพัฒนา: นำ AI มาเก็บข้อมูล วิเคราะห์และปรับตั้งค่าการตัดเลเซอร์ให้เหมาะสมกับความหนา/ชนิดของเหล็ก เพื่อตรวจจับและแจ้งเตือนความผิดปกติของชิ้นงานแบบเรียลไทม์ ป้องกันการโก่งตัวและลดของเสียระหว่างการผลิต พร้อมใช้ AI ช่วยในการจัดเรียงชิ้นงานบนแผ่นเหล็ก (Nesting) เพื่อเพิ่มการใช้วัสดุได้คุ้มค่าและลดปริมาณเศษเหล็กเหลือทิ้งลง
20 ก.ค. 2569
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
ผอ.กท. มอบเจ้าหน้าที่ กช.กท. ติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control)
นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มเชื่อมโยงธุรกิจดิจิทัลอุตสาหกรรม กำกับติดตามกิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI (AI Predictive Maintenance or AI Quality Control) 1. บริษัท เทคนิค แพ็คเก็จจิ้ง จำกัด เป็นผู้ผลิตและพัฒนาฟิล์มพลาสติกคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและบรรจุภัณฑ์ทั่วไป ปัญหา: ปัจจุบันสถานประกอบการประสบปัญหาเมื่อระบบขับเคลื่อนหลัก (Main Drive Motor & Gearbox) ของเครื่องเป่าฟิล์มเกิดความขัดข้อง จะไม่สามารถทราบสาเหตุที่แน่ชัดได้ทันที ส่งผลให้ต้องหยุดกระบวนการผลิตอย่างกะทันหัน (Unplanned Downtime) เพื่อรอช่างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบและแก้ไข ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ การสูญเสียโอกาสในการผลิต ค่าบริการซ่อมแซมฉุกเฉินจากภายนอก และความ เสียหายของวัตถุดิบพลาสติกที่ค้างและไหม้อยู่ภายในกระบอกสกรูระหว่างหยุดเครื่อง (เกิดต้นทุนแฝงที่เพิ่มขึ้น) แนวทางการพัฒนา: เปลี่ยนผ่านจากการบำรุงรักษาแบบตั้งรับ (Reactive Maintenance) ไปสู่ "การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์" (Predictive Maintenance) โดยการติดตั้งระบบ Online Condition Monitoring เช่น การติดตั้งเซ็นเซอร์ไร้สาย (Wireless IIoT Sensors) ติดตั้งเซ็นเซอร์ แบบ 2-in-1 ที่สามารถตรวจวัด ความสั่นสะเทือน (Vibration) และอุณหภูมิ พื้นผิว (Surface Temperature) นำไปแปะติด (Magnetic Mount) บริเวณจุดวิกฤตของชุดเกียร์และมอเตอร์ ได้แก่ เบ้าลูกปืนรับแรงแนวแกน (Thrust Bearing) เบ้าลูกปืนประคองเพลาเกียร์ (Radial Bearings) ตลับลูกปืนหัว-ท้ายของมอเตอร์ขับหลัก (Main Motor) และสร้างระบบแสดงผล Real-time Dashboard & Alert 2. บริษัท ลานนาไรซ์เทรด จำกัด ประกอบกิจการค้าส่งและค้าปลีกข้าวสาร แบรนด์หลัก ข้าวคุณนาย (Khunnai Rice) : ข้าวกล้องและข้าวออร์แกนิค ปัญหา: สถานประกอบการประสบปัญหาความคลาดเคลื่อนของน้ำหนักข้าวสารในกระบวนการบรรจุถุง ขนาด 1–5 กิโลกรัมด้วยแรงงานคน ส่งผลให้มีปริมาณบรรจุเกินเป็นบางถุงจนไปเบียดบัง น้ำหนักของข้าวถุงอื่นๆ ในล็อตเดียวกัน และไม่สามารถแกะถุงที่เย็บปิดปากแล้วกลับมาบรรจุใหม่ได้เนื่องจากจะทำให้บรรจุภัณฑ์เสียหายและเกิดต้นทุนซ้ำซ้อน และยังมีปัญหาการขาดระบบบันทึกและพยากรณ์ข้อมูล (Lack of Data Tracking & Prediction) แนวทางการพัฒนา: 1. การแก้ไขหน้างานและล็อกขั้นตอนเพื่อลดของเสียเป็นศูนย์ (Process Control & Zero Defect) ติดตั้งระบบไสัญญาณ 3 สี (Checkweighing Tower Light): เชื่อมต่อเครื่องชั่งดิจิทัลเดิมเข้ากับเสาไฟสัญญาณระดับสายตา (เหลือง = ขาด / แดง = เกิน / เขียว = ผ่าน) เพื่อเปลี่ยนจากการเพ่งตัวเลขมาเป็นการดูสัญญาณไฟ ล็อกกระบวนการทำงานว่า "หากไฟไม่ขึ้นสีเขียว ห้ามส่งถุงข้าวสารเข้าเครื่องเย็บปิดปากเด็ดขาด" ช่วยป้องกันปัญหาปริมาณบรรจุเกิน (Giveaway) หน้างานทันที 2. การใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (AI & Predictive Maintenance) เช่น ระบบพยากรณ์ ค่าน้ำหนักเพี้ยน (AI Weight Drift Prediction) ระบบแจ้งเตือนการบำรุงรักษาเชิงรุก เป็นต้น
20 ก.ค. 2569
ศึกษาดูงานที่ บริษัท อัซบิล โปรดักชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
ศึกษาดูงานที่ บริษัท อัซบิล โปรดักชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายมนตรี วงศ์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กท.กสอ. ศภ. 1-11 ศว.กสอ. และ กส.กสอ. ศึกษาดูงานที่ บริษัท อัซบิล โปรดักชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดชลบุรี โดยมีนายโนบูยูกิ ซาโก กรรมการผู้จัดการบริษัท อัซบิล โปรดักชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับ ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับองค์ความรู้เชิงลึกด้าน Industrial Digital Transformation (DX) และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ (Smart Automation) ผ่านประสบการณ์จริงในโรงงานมาตรฐานญี่ปุ่น โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Industrial IoT และ AI ในการคาดการณ์และซ่อมบำรุงเครื่องจักรล่วงหน้า (Predictive Maintenance) ระบบควบคุมอาคารและโรงงานอัจฉริยะเพื่อการประหยัดพลังงาน ตลอดจนการบริหารจัดการสายการผลิตด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Data-Driven Manufacturing) สะท้อนแนวคิดการใช้เทคโนโลยียกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่ไปกับความปลอดภัยและการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถนำเอาความรู้และประสบการณ์ที่ได้นำไปต่อยอด และสามารถนำไปถ่ายทอดให้แก่ผู้ประกอบการในลักษณะการเป็นที่ปรึกษา มุ่งเน้นการให้คำแนะนำเรื่องการทำ Digital Retrofit หรือการนำเซ็นเซอร์อัจฉริยะไปติดตั้งบนเครื่องจักรเดิมเพื่อดึงข้อมูลทำ IoT ซึ่งช่วยให้ SME สามารถเปลี่ยนผ่านธุรกิจได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง ควบคู่ไปกับการแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการพลังงานเพื่อลดต้นทุนและยกระดับโรงงานสู่การเป็น Smart Factory ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
17 ก.ค. 2569
สัมมนาเชิงปฏิบัติการ “DIPROM Digital Transformation: ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน
สัมมนาเชิงปฏิบัติการ “DIPROM Digital Transformation: ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กท.กสอ.) จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “DIPROM Digital Transformation: ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน” มุ่งเน้นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี พร้อมกำหนดกรอบแนวทางและกลไกในการพัฒนากำลังคนดิจิทัล (Digital Workforce) เพื่อยกระดับผลิตภาพการผลิตและเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการรองรับระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต การสัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาและให้เกียรติบรรยายพิเศษ โดยมี นายมนตรี วงค์มั่นกิจการ ผู้อำนวยการกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสุรพล ปลื้มใจ นายดุสิต อนันตรักษ์ นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และดร.อริยาพร อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านดิจิทัล เข้าร่วมระดมความคิดเห็นรวมทั้งสิ้น 100 คน อาทิ ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สถาบันยานยนต์, สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, สถาบันพลาสติก, สถาบันไทย-เยอรมัน, สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcon), นายกกิตติมศักดิ์สมาคมไทยไอโอที, ผู้แทนสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้แทนจากบริษัท รวมถึง ศภ. 1 -11 ศว.กสอ. และ กส.กสอ. ในการบรรยายพิเศษหัวข้อ "Global Digital Megatrends แนวโน้มดิจิทัลโลก กับอนาคตอุตสาหกรรมไทย บทบาทกองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อน SMEs สู่ยุคใหม่" นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เน้นย้ำถึง 5 ประเด็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย: 1. การปรับเปลี่ยนของโลกอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีระดับสูง: โลกอุตสาหกรรมในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ข้อมูล (Data) และระบบอัตโนมัติ (Automation) ซึ่งการแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเร็ว นวัตกรรม ความสามารถในการปรับตัว และการบริหารจัดการข้อมูล 2. โอกาสและความท้าทายบนเส้นทางเศรษฐกิจดิจิทัล: ประเทศไทยมีศักยภาพและโอกาสสูงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ทว่าความท้าทายสำคัญคือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs สามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างผลิตภาพ รายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรม 3. การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุคใหม่ด้วย AI: เทคโนโลยี AI จะเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มผลิตภาพแห่งอนาคต อย่างไรก็ดี AI จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อองค์กรมีระบบฐานข้อมูลที่ดี มีความเชื่อมโยง สามารถนำไปใช้งานได้จริง เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจทางธุรกิจที่แม่นยำ 4. การเปลี่ยนผ่านของ SMEs ไทยสู่ Data-Based Enterprise: ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากธุรกิจที่เน้นฐานต้นทุน (Cost-Based) ไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Based) โดยผู้ประกอบการ SMEs ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากระบบขนาดใหญ่ แต่ให้เริ่มจากข้อมูลจริง ปัญหาจริง นำมาใช้งานจริง และมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน 5. แนวคิด ONE MIND Digital: กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันและยกระดับ SMEs ไทย จากการใช้เทคโนโลยีในลักษณะแยกส่วน ไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างบูรณาการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เล็งเห็นว่าการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการและบุคลากร ผ่านการสร้างกำลังคนดิจิทัล (Digital Workforce) ทั้งในกลุ่มคนทำงานทั่วไปเพื่อเพิ่มผลิตภาพ และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านดิจิทัล ถือเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี นโยบายภาครัฐ และวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อนำพาองค์กรและเศรษฐกิจไทยไปสู่ความยั่งยืนต่อไป
16 ก.ค. 2569