โทรศัพท์ 1358
Advanced Search

Category
มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 3
มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 3
ชื่อโครงการ/กิจกรรม : มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 3 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) พร้อมเปิดระบบให้ลูกค้าสแกน คิวอาร์โค้ด ลงทะเบียน เข้าร่วมมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ระยะที่ 3 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยประเภทสินเชื่อบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ระลอกใหม่ ครอบคลุมลูกค้าที่ได้รับผลกระทบระยะสั้นและระยะยาว โดยมาตรการนี้มีแนวทางให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ สินเชื่ออเนกประสงค์แบบไม่มีหลักประกันภายใต้กำกับ (ยกเว้นสินเชื่อสวัสดิการพนักงานบุคคลภายนอก (MOU)/สินเชื่อบำเหน็จบำนาญข้าราชการ/สินเชื่อ เสริมสร้างธุรกิจรายย่อยมุสลิม (MSMEs)) ลูกค้าสามารถขอลดค่างวดไม่เกิน 30% ของค่างวดเดิมระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่ขยายระยะเวลาและให้นำไปชำระในงวดสุดท้าย สินเชื่อที่อยู่อาศัย / อเนกประสงค์ มีหลักประกัน ลูกค้าสามารถเลือกลดค่างวดไม่เกิน 30% ของค่างวดเดิม ระยะเวลา 6 เดือน หรือ พักชำระเงินต้น (ชำระเฉพาะกำไร) 6 เดือน หรือ พักชำระเงินต้น (ชำระเฉพาะกำไร) 3 เดือน และให้ปรับลดอัตรากำไรในระยะเวลาที่พักชำระหนี้ลง 25% เฉพาะบัญชีสินเชื่อที่อยู่ในช่วงการชำระค่างวดด้วยอัตรากำไรอ้างอิง SPRL (SPRL ของธนาคาร ปัจจุบัน = 7.40 ต่อปี) โดยทั้ง 3 ทางเลือกจะไม่ขยายระยะเวลาและให้นำไปชำระในงวดสุดท้ายสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบระยะยาว เช่น ถูกพักงาน หรือ ถูกให้ออกจากงาน ลูกค้าสามารถขอพักชำระเงินต้นและกำไร 3 เดือน โดยไม่ขยายระยะเวลา และให้นำไปชำระในงวดสุดท้าย สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พักชำระค่างวด 3 เดือนและขยายระยะเวลา 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบระยะยาว ลูกค้าสามารถเลือกขอพักชำระค่างวด 3 เดือน หรือ ในกรณีที่ไม่สามารถชำระหนี้ต่อไปได้ ลูกค้าสามารถขอคืนรถ เพื่อขายทอดตลาด หากราคาขายประมูลจริงได้ต่ำกว่าภาระหนี้ธนาคารจะพิจารณาลดภาระหนี้ตามความเหมาะสม สำหรับลูกค้าที่สนใจร่วมมาตรการสามารถลงทะเบียนโดยการสแกน คิวอาร์โค้ด ระยะเวลาดำเนินการโครงการ/กิจกรรม : แจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2564 แหล่งที่มาโครงการ/กิจกรรม : https://www.ryt9.com/s/prg/3229484 ช่องทางการติดต่อสอบถามโครงการ/กิจกรรม เบอร์โทรศัพท์ : 1302 Website หน่วยงาน : https://www.ibank.co.th/th/news/detail/2021-03-26-16-41-00?f= Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/ibank.th
20 มิ.ย. 2021
“กล้าให้ Fighter” อัดสินเชื่อธุรกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่
“กล้าให้ Fighter” อัดสินเชื่อธุรกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่
ชื่อโครงการ/กิจกรรม : “กล้าให้ Fighter” อัดสินเชื่อธุรกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าอัดสินเชื่อหนุนผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ ปล่อยแคมเปญ “กล้าให้ Fighter” พร้อมฟันฝ่าทุกอุปสรรค เคียงข้างธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี ด้วยความเชื่อมั่นและมองเห็นในศักยภาพ ความเข้มแข็ง รวมถึงหัวใจนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้ โดยเน้นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ที่พัฒนาบนพื้นฐานความเข้าใจในผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “SME กล้าให้” ของธนาคาร และพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านสินเชื่อฟื้นฟู ตามมาตรการช่วยเหลือของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี ตามแนวคิด "Everyone Matters ใครไม่เห็น เราเห็น" สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มสภาพคล่อง และใช้ในการฟื้นฟูธุรกิจ ธนาคารแนะนำสินเชื่อ SME กล้าให้ ที่ในปีนี้ได้เพิ่มวงเงินสูงสุดเป็น 30 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่มีหลักประกัน หรือสำหรับลูกค้าที่ไม่มีหลักประกัน ธนาคารเพิ่มวงเงินสูงสุดเป็น 10 ล้านบาท และรับเงินไวภายใน 5 วันทำการธนาคาร หลังจากเอกสารครบ นอกจากนี้ยังมี สินเชื่อ SME กล้าให้รีไฟแนนซ์ ที่จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน โดยรับดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน จากนั้นเดือนที่ 4 ถึงเดือนที่ 12 รับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงตามสัญญารีไฟแนนซ์ ลบด้วย 1% ต่อปี เดือนที่ 13 เป็นต้นไป รับอัตราดอกเบี้ย 6.75% - 12% ต่อปี นอกจากนี้ ธนาคารยังพร้อมสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยลูกค้าปัจจุบันสามารถขอสินเชื่อได้สูงสุด 30% ของวงเงินสินเชื่อเดิม สำหรับลูกค้าใหม่ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินทุกแห่ง สามารถขอสินเชื่อได้สูงสุด 20 ล้านบาท (นับรวมวงเงินจากทุกสถาบันการเงิน) ซึ่งลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2 ปีแรกเพียง 2% ต่อปี และได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก ตามมาตรการของรัฐ ประเภทความช่วยเหลือ : เงินทุน/สินเชื่อ ระยะเวลาการดำเนินโครงการ/กิจกรรม : - แหล่งที่มาโครงการ/กิจกรรม : https://www.tcrbank.com/th/ ช่องทางการติดต่อสอบถามโครงการ/กิจกรรม เบอร์โทรศัพท์ : ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ : 02 697 5454 Website หน่วยงาน : https://www.tcrbank.com/th/ Facebook Fanpage : -
20 มิ.ย. 2021
มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นให้แก่ลูกค้ากองทุนประชารัฐ
มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นให้แก่ลูกค้ากองทุนประชารัฐ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม : มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นให้แก่ลูกค้ากองทุนประชารัฐ SME Bank ขานรับนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นให้แก่ลูกค้ากองทุนประชารัฐ นานสูงสุด 6 เดือนภายใน 31 ธ.ค. 64 มุ่งลดภาระค่าใช้จ่าย บรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ระบุแจ้งความประสงค์ได้ถึงวันที่ 31 ก.ค. 64 นี้ ระยะเวลาดำเนินการโครงการ/กิจกรรม : วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม 2564 แหล่งที่มาโครงการ/กิจกรรม : https://www.ryt9.com/s/prg/3229249 ช่องทางการติดต่อสอบถามโครงการ/กิจกรรม เบอร์โทรศัพท์ : call center 1357 (SME Bank) Website หน่วยงาน : www.smebank.co.th Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/SMEDevelopmentBank
20 มิ.ย. 2021
Mobile Application "คุ้มครองเด็ก"
Mobile Application "คุ้มครองเด็ก"
การคุ้มครองเด็กในยุคดิจิทัล และเปิดตัว Mobile Application "คุ้มครองเด็ก" วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2564 เวลา 09.30 น. ณ C asean Ratchada กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน จัดเสวนา เรื่อง “การคุ้มครองเด็กในยุคดิจิทัล” และเปิดตัว Mobile Application “คุ้มครองเด็ก” เป็นแอปพลิเคชันแจ้งเหตุการณ์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ประสบปัญหา บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์โดยผ่านเว็บไซต์ นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า Mobile Application “คุ้มครองเด็ก” เป็นหนึ่งในนวัตกรรมการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก(Child Protection Information System - CPIS) ระบบ CPIS ได้นําระบบดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ทําให้เด็กเยาวชนได้รับการปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือตามมาตรฐานการบริการด้านการคุ้มครองเด็ก นําไปสู่การยกระดับบริการคุ้มครองเด็กของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นางสุภัชชา กล่าวเพิ่มเติมว่า Mobile Application “คุ้มครองเด็ก” เป็นการเพิ่มช่องทางการแจ้งเหตุเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยดาวน์โหลดแอปฯ และติดตั้งลงบนโทรศัพท์เคลื่อนที่รองรับระบบ Android และ iOS ผ่าน Google Play หรือ App Store จุดเด่นของแอปฯ สามารถระบุพื้นที่เกิดเหตุ ภาพถ่าย และติดตามการให้ความช่วยเหลือของหน่วยงานได้ด้วย โดยข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังระบบการจัดการรายกรณี (Case Management) ซึ่งมีบ้านพักเด็กและครอบครัวในทุกจังหวัด และสถานรองรับเด็กของกรมกิจการเด็กและเยาวชน 30 แห่ง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการช่วยเหลือ ประชาชน จึงมั่นใจได้ว่าเด็กและเยาวชนทุกรายจะได้รับการประสานส่งต่อการช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานและเครือข่ายในพื้นที่และมีการกํากับ ติดตาม และรายงานการช่วยเหลือโดยดิจิทัลเช่นกัน กรมกิจการเด็กและเยาวชน มุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการสําหรับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องและกําหนดให้ “การคุ้มครองเด็กและเยาวชนในยุคดิจิทัล” เป็นนโยบายสําคัญเพื่อให้เกิดระบบการปฏิบัติการที่สามารถรองรับสภาพปัญหาเด็กและเยาวชนทั้งที่มีในปัจจุบัน รวมถึงความท้าทายและภัยคุกคามใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังให้ความสําคัญกับการพัฒนาศักยภาพให้แก่บุคลากรทุกระดับให้มีความรู้ความสามารถด้านดิจิทัล และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อวางแผนงานเชิงกลยุทธ์เชิงรุกที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ต่อไป สามารถดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ คลิก DOWNLOAD APPLICATION (App Store) (Play Store)
18 มิ.ย. 2021
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เชิญรับฟังบรรยายออนไลน์ ฟรี ผ่านช่องทาง Facebook หลักสูตร “ขายดี ขายปัง ผ่านIG”
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เชิญรับฟังบรรยายออนไลน์ ฟรี ผ่านช่องทาง Facebook หลักสูตร “ขายดี ขายปัง ผ่านIG”
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เชิญรับฟังบรรยายออนไลน์ ฟรี ผ่านช่องทาง Facebook หลักสูตร “ขายดี ขายปัง ผ่านIG” ในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 เวลา 09.00-16.30 น. วิทยากร โดย คุณสรยุทธ อังคณานุกิจ (โค้ช ส) หัวข้อบรรยายประกอบด้วย Instargram 2021,เทคนิคการสร้างภาพเล่าเรื่อง,10 เทรนด์ IG ในการทำการตลาดออนไลน์,เจาะกลุ่มเป้าหมายใน IG เป็นต้น ผู้ประกอบการอย่าพลาดนะคะ สนใจสมัครคลิก https://forms.gle/oHmewvKfXNrU8qMMA
17 มิ.ย. 2021
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อ SMEs ท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อ SMEs ท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง
ชื่อโครงการ / กิจกรรม : สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อ SMEs ท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง เพื่อลงทุน ต่อเติม ซ่อมแซม สถานประกอบการ ซื้ออุปกรณ์เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่า ร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและ Supply Chain เช่น ร้านอาหาร ธุรกิจสปา นวดแผนไทย รถรับจ้างนำเที่ยว เกสต์เฮ้าส์ โฮสเทล ฯลฯ ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของ COVID-19 ประกอบกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ปัจจุบันยังประกอบกิจการ และมีความสามารถในการชำระหนี้ตามที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ เป็นการให้สินเชื่อใหม่แก่ลูกค้าเดิมหรือลูกค้าใหม่ และไม่ใช่ลูกหนี้ที่โอนหนี้ (Re-finance) ประเภทสินเชื่อ เงินกู้ระยะยาว (L/T) วงเงินสินเชื่อต่อราย ไม่เกินรายละ 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 3.99 ต่อปี หลักประกัน บุคคลที่ธนาคารเชื่อถือค้ำประกันเต็มวงเงิน ระยะเวลากู้ยืม ระยะเวลาการกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี โดยสามารถปลอดชำระเงินต้นได้สูงสุด 1 ปี ประเภทความช่วยเหลือ : เงินทุน / สินเชื่อ ระยะเวลาดำเนินการโครงการ/กิจกรรม : ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อรวมในโครงการจะหมด แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน และให้เบิกจ่ายเงินกู้ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดรับคำขอกู้ ช่องทางการติดต่อสอบถามโครงการ / กิจกรรม : เบอร์โทรศัพท์ : call center 1115 Website หน่วยงาน : https://www.gsb.or.th/personal Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/GSBSociety
14 มิ.ย. 2021